ในบริษัทมีทั้งพนักงานใหม่และพนักงานรุ่นเก๋า แต่คนที่ทำงานคล่องและช่วยสอนรุ่นน้องกลับมีน้อย “คนวัยสามสิบหายไปไหน?” แน่นอนว่าไม่ได้หายตัวไป อาจเป็นเพราะช่วงหนึ่งบริษัทรับคนน้อย บางคนลาออกก่อนมีประสบการณ์ หรือบางคนเก่งแล้วเลือกย้ายไปที่อื่น
รับเข้ามาไม่ได้แปลว่าจะอยู่ต่อ
ตัวเลขรับคนปีนี้บอกไม่ได้ว่าอีกหลายปีจะเหลือใครบ้าง บริษัทที่เพิ่งเริ่มหรือขยายตัวเร็วอาจมีสัดส่วนอายุไม่เท่ากันอยู่แล้ว จึงไม่ควรตัดสินจากอายุเพียงอย่างเดียว
แต่ถ้ารับคนตลอดแล้วยังขาดคนระดับกลาง ก็ควรดูว่าคนมักออกจากงานช่วงไหน
ยิ่งทำงานเก่ง ยิ่งมีคนฝากงาน
ทำตารางเก่งก็ช่วยทำรายงาน คุยกับหลายแผนกได้ก็รับงานประสานงาน สอนคนใหม่ได้ก็เพิ่มหน้าที่ฝึกอบรม สุดท้ายตำแหน่งยังเหมือนเดิม แต่งานกลับมากขึ้นเรื่อย ๆ
งานใหม่อาจช่วยให้เติบโต แต่ถ้างานเก่าไม่ลด ไม่มีอำนาจตัดสินใจเพิ่ม และไม่ได้รับการสนับสนุน ภาระก็อาจเกินกำลัง บริษัทอาจคิดว่ามีพนักงานสารพัดประโยชน์ แต่เจ้าตัวกลายเป็นที่รวมงานทุกอย่าง
สิ่งที่ควรถามไม่ใช่แค่จำนวนคน
บริษัทที่มีพนักงานระดับกลางน้อยไม่ได้แปลว่าแย่เสมอไป ลองถามว่าเมื่องานใหม่เข้ามา งานไหนจะถูกตัดออก ใครเป็นคนตัดสินใจ และมีการส่งต่องานอย่างไร
รับคนเพิ่มอาจช่วยได้ แต่ถ้ายังโยนงานทุกอย่างให้คนที่ทำได้ดี คนเก่งก็อาจไม่อยากอยู่ต่อ
